บทที่ 12 การจัดการแมลงกัดกิน

เมื่อเพ็ญนีติ์เห็นเขา ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

"ถิร? มาทำอะไรที่นี่?" เพ็ญนีติ์ถามด้วยความสงสัยพลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก

ถิรตอบอย่างนอบน้อมว่า "ท่านประธานครับ ต่อไปนี้ผมจะเป็นเลขาฯ ของท่านครับ นี่เป็นการจัดการของพี่ธงชัยครับ"

เพ็ญนีติ์อึ้งไปครู่หนึ่ง แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว

เธอหัวเราะร่า ตบไหล่ถิรเบา ๆ แล้วพูดว่า "มีผู้ช่วยมือดีอย่างนายอยู่ด้วย ต่อไปงานของฉันต้องราบรื่นขึ้นแน่นอน"

หลังจากหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ เพ็ญนีติ์ก็เริ่มออกเดินตรวจตราโรงแรมเคเอสเวิลด์ของเธอ

เธอก้าวเข้าไปในล็อบบี้โรงแรม สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับเครื่องสแกนที่เก็บรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว

เธอทักทายพนักงานแต่ละแผนก สอบถามสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในโรงแรม

เมื่อมาถึงแผนกต้อนรับ เห็นพนักงานกำลังเช็คอินให้แขกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจก็ปรากฏบนใบหน้า

จากนั้นเธอก็ไปดูห้องอาหารและห้องพัก ทุกที่ที่ไปเธอจะตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ

ระหว่างนั้นถิรคอยเดินตามหลังเธอไม่ห่าง ในมือถือสมุดเล่มเล็ก คอยจดบันทึกสิ่งที่เพ็ญนีติ์สั่งการหรือปัญหาที่พบเจอเป็นระยะ

เพ็ญนีติ์ชำเลืองมองสมุดจดของถิรที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือยิบย่อย รู้สึกพอใจในทัศนคติและประสิทธิภาพการทำงานของเขามาก

"ถิร นายทำงานได้ละเอียดรอบคอบมากนะเนี่ย ดูท่าพี่ธงชัยส่งนายมาให้ฉันนี่ เหมือนส่งของดีมาให้เลยนะ" เธอแซวขำ ๆ

ถิรเกาหัวแก้เขินแล้วตอบว่า "มันเป็นหน้าที่ของผมครับ"

หลังจากเดินดูรอบโรงแรมแล้ว เพ็ญนีติ์ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก

เธอรู้ดีว่าโรงแรมแห่งนี้คือธุรกิจของเธอในตอนนี้ และเป็นส่วนสำคัญของชีวิตใหม่

เธอต้องทุ่มเทความพยายามบริหารให้ดียิ่งขึ้น เหมือนกับชีวิตของเธอในตอนนี้ที่จะต้องสดใสยิ่งกว่าเดิม

เพ็ญนีติ์นั่งอยู่ในห้องทำงาน คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม

ตรงหน้ามีกองเอกสารกองโต ซึ่งเป็นปัญหาที่เธอขุดคุ้ยเจอจากการตรวจสอบภายในช่วงนี้

เรื่องที่น่าปวดหัวที่สุดก็คือเรื่องที่ส่อเค้าทุจริต โดยมีตัวการคือรองผู้จัดการสมพงษ์

สมพงษ์คนนี้ไม่ใช่เล่น ๆ เลย เขาแอบสมรู้ร่วมคิดกับซัพพลายเออร์ที่ชื่อ 'แอรี่โฮมมิ่ง' ทำเรื่องไม่ชอบมาพากล

ยกตัวอย่างเรื่องเครื่องนอนในโรงแรม ช่วงหลังคุณภาพแย่ลงจนดูไม่ได้ แขกเริ่มบ่นกันหนาหู

พอสืบสาวราวเรื่องดูก็พบว่าเป็นฝีมือของสมพงษ์ที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง

ตาสมพงษ์คนนี้เห็นแก่เงินจนหน้ามืดตามัว ขนเอาเครื่องนอนเกรดต่ำเข้ามาในโรงแรม ทำเอาเพ็ญนีติ์โกรธจนควันออกหู

เพ็ญนีติ์เรียกสมพงษ์เข้ามาที่ห้องทำงาน

ทันทีที่ก้าวเข้ามา สมพงษ์ก็รู้สึกถึงบรรยากาศมาคุ เหมือนพายุลูกใหญ่กำลังจะก่อตัว

เพ็ญนีติ์ไม่อ้อมค้อม เปิดประเด็นทันที

"คุณสมพงษ์ ดูนี่สิ" เธอหยิบงบการเงินขึ้นมา นิ้วจิ้มเน้น ๆ ไปที่จุดผิดปกติที่เห็นได้ชัด "เรื่องตัวเลขพวกนี้คุณจะอธิบายยังไง? แล้วก็นี่ จดหมายร้องเรียนนิรนามที่ฉันได้รับ เขียนไว้ชัดเจนมาก เรื่องของคุณกับแอรี่โฮมมิ่งมันยังไงกันแน่?"

สมพงษ์ตั้งท่าจะแก้ตัว แต่พอเหลือบไปเห็นจดหมายร้องเรียนฉบับนั้น หัวใจก็กระตุกวูบ หน้าซีดเผือดราวกับเลือดในกายถูกสูบออกไปจนหมด

เขารู้ตัวแล้วว่าคราวนี้คงไม่รอดแน่

แต่คนอย่างสมพงษ์ไม่ใช่คนที่จะยอมรับผิดจากใจจริง ลึก ๆ แล้วเขาเจ็บแค้นมาก

เขาคิดว่าตัวเองทำงานที่โรงแรมมาตั้งหลายปี ถึงไม่มีความดีความชอบก็ยังมีความลำบากตรากตรำ แต่เพ็ญนีติ์กลับไม่ไว้หน้ากันเลย จับผิดเขาจนดิ้นไม่หลุด แถมยังทำให้เขาต้องอับอายขายขี้หน้าต่อหน้าเธอขนาดนี้

เขาคิดในใจอย่างอาฆาตว่า 'เพ็ญนีติ์ นังตัวดี คิดว่าจะเหยียบหัวฉันได้งั้นเหรอ? หึ ฝันไปเถอะ วันนี้แกทำฉันแสบมาก บัญชีแค้นนี้ฉันจดไว้แล้ว สักวันฉันจะเอาคืนให้สาสม'

"ท่านประธานครับ ผม... ผมผิดไปแล้ว" เสียงสมพงษ์สั่นเครือราวกับใบไม้ต้องลม "ตอนนั้นผมหน้ามืดตามัวไปหน่อย คิดแต่จะหาเงินเข้ากระเป๋า เลย... เลยทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นลงไป ท่านประธานโปรดเมตตา ยกโทษให้ผมสักครั้งเถอะครับ"

เพ็ญนีติ์มองดูสภาพอันน่าสมเพชของสมพงษ์ด้วยความโกรธระคนรังเกียจ

การกระทำของสมพงษ์สมควรโดนฟ้องศาลให้ติดคุกหัวโต ให้กฎหมายลงโทษให้สาสม

แต่เพ็ญนีติ์ก็มีเหตุผลของเธอ เธอรู้ดีว่าถ้าฟ้องร้องไป เรื่องคงแดงไปทั่วโรงแรมจนวุ่นวาย

ผู้บริหารระดับสูงคนอื่นอาจมองว่าเธอใจร้ายเกินไปจนเกิดแรงต้าน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการบริหาร

อีกอย่างสมพงษ์ก็อยู่มานาน เส้นสายก็พอมีอยู่บ้าง

เพ็ญนีติ์สูดหายใจลึก ๆ แล้วพูดว่า "คุณสมพงษ์ สิ่งที่คุณทำมันเลวร้ายมากนะ

เดิมทีฉันกะจะส่งคุณเข้าคุกซะให้เข็ด แต่เห็นแก่ที่คุณทำงานให้โรงแรมมานาน ฉันจะให้โอกาสคุณอีกสักครั้ง"

พอได้ยินว่าเพ็ญนีติ์จะไม่ฟ้อง สมพงษ์ก็รีบคว้าโอกาสเหมือนคนใกล้จมน้ำคว้าขอนไม้ รีบพนมมือไหว้ปลก ๆ "ขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณครับ ผมจะกลับตัวกลับใจใหม่ จะไม่ทำเรื่องแบบนี้อีกเด็ดขาด"

แต่เพ็ญนีติ์รู้ทัน เธอไม่ได้หวังว่าสมพงษ์จะกลับตัวได้จริง

เธอหันไปกระซิบสั่งถิรที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ว่า "เธอต้องจับตาดูสมพงษ์ไว้ให้ดีนะ หมอนี่ฉันวางใจไม่ได้ โดยเฉพาะต้องระวังไม่ให้เขาไปติดต่อกับพี่ชายของภาวินีอีก ถ้าเขาก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก ฉันจะไม่ปล่อยไว้แน่"

ถิรพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม "ท่านประธานวางใจได้ครับ ผมจะจับตาดูเขาไม่ให้คลาดสายตา ไม่ให้เขามีโอกาสตุกติกได้อีก"

เพ็ญนีติ์พยักหน้าอย่างพอใจ

เธอรู้ดีว่าการจัดการปัญหาภายในแบบนี้เหมือนการเดินไต่ลวด ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง

ต้องสั่งสอนคนผิด แต่ก็ต้องไม่ให้เรื่องบานปลาย เพื่อรักษาเสถียรภาพของโรงแรม

เมื่อเดินพ้นห้องทำงานของเพ็ญนีติ์ ความนอบน้อมบนใบหน้าของสมพงษ์ก็มลายหายไปทันที แทนที่ด้วยแววตาอำมหิต

เขาเดินไปพลางสาบานในใจอย่างเคียดแค้นว่า "เพ็ญนีติ์ วันนี้แกฉีกหน้าฉัน แล้วยังจะให้ฉันสำนึกบุญคุณงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! คอยดูเถอะฉันจะทำให้แกต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำในวันนี้!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป